สรุปการประเมินพฤติกรรมทั้ง 4 ด้าน
สรุปการประเมินเเละการสร้างเสริมพฤติกรรมทั้ง 4 ด้าน
ด้านร่างกาย
การประเมินและสร้างเสริมพฤติกรรมของเด็กปฐมวัยด้านร่างกายเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ผู้ปกครอง ครูและ ผู้ดูแลเด็กปฐมวัย รวมถึงผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยทุกฝ่ายต้องศึกษาและทำความเข้าใจ เพื่อให้มีความรู้ความ เข้าใจ และสามารถประเมินพฤติกรรมด้านร่างกายเด็กปฐมวัยได้อย่างครอบคลุมและถูกต้อง ได้ผลการประเมินที่เชื่อ ถือได้ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านร่างกายให้แก่เด็กปฐมวัยได้อย่างเหมาะสม ในเรื่องนี้ จะกล่าวถึง ความหมายและความสำคัญของการประเมินพฤติกรรมด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย และความหมายและ ความสำคัญของการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย ดังรายละเอียดต่อไปนี้
ความหมายและความสำคัญของการประเมินพฤติกรรมด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย
1.ความหมายของการประเมินพฤติกรรมด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย นักวิชาการได้ให้ความหมายไว้แตกต่างกันบ้างในรายละเอียด ขึ้นอยู่กับความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์ของแต่ละคน เมื่อนำความหมายของสองคำดังกล่าวมาผนวกกับคำว่า “ร่างกายของเด็กปฐมวัย” จะได้ความหมายของคำว่า “การประเมิน พฤติกรรมด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย” ดังนี้
1.1เป็นกระบวนการของการวัดและการประเมินการกระทำ หรือการแสดงออกทางร่างกายของเด็กปฐมวัยที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้า หรือสิ่งที่มากระตุ้น (stimulus) เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเด็ก
1.2เป็นการศึกษาคุณภาพและปริมาณของความประพฤติ การกระทำหรืออาการแสดงออกทางร่างกายของเด็กปฐมวัยที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้า เพื่อใช้ในการตัดสินเด็กทั้งเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม
1.3เป็นกระบวนการรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับการกระทำและพฤติกรรมทาง ร่างกายอย่างเป็นระบบสำหรับใช้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับเด็กปฐมวัย และเป็นข้อมูลเพื่อสื่อสารให้ผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงความก้าวหน้า จุดเด่น จุดด้อย รวมทั้งใช้ในการตัดสินประสิทธิภาพในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และความเหมาะสมของหลักสูตร
1.4เป็นกระบวนการในการใช้เครื่องมือต่างๆ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำ หรือกิริยาอาการแสดงออกทางร่างกายทุกรูปแบบของเด็กปฐมวัยที่สามารถสังเกตได้จากหลากหลายแหล่ง แล้วจัดการแปลความหมาย ข้อมูลที่ได้เพื่อนำมาวางแผนพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้เพื่อช่วยให้เด็กมีพฤติกรรมตามที่หลักสูตรได้กำหนดไว้
1.5เป็นกระบวนการและวิธีการที่มีระบบในการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความประพฤติ หรือการกระทำของเด็กปฐมวัยที่สามารถวัดได้ สังเกตได้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายเพื่อใช้ตัดสินคุณลักษณะของเด็ก
1.6เป็นกระบวนการของการสังเกต การจดบันทึกการกระทำหรือการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกายเด็กปฐมวัย เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเกี่ยวกับกระบวนการทางการศึกษาซึ่งจะส่งผลต่อตัวเด็กต่อไป
จากความหมายดังกล่าวอาจสรุปได้ว่า การประเมินพฤติกรรมด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย หมายถึง กระบวนการในการใช้เครื่องมือที่หลากหลายเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายที่สามารถสังเกตได้ในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาตัดสินคุณลักษณะของพฤติกรรมทางกายที่สามารถนำมาใช้ในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กตามความแตกต่างระหว่างบุคคล
ความหมายและความสำคัญของการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย
1.ความหมายของการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย ความหมายของคำว่า “การสร้างเสริมพฤติกรรม หมายถึง การทำให้พฤติกรรมที่พึงประสงค์เกิดขึ้น มีเพิ่มขึ้น และดีขึ้น” ดังนั้น การสร้างเสริมพฤติกรรมด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย จึงหมายถึง การทำให้เด็กปฐมวัยสามารถใช้กล้ามเนื้อในการเคลื่อนไหวร่างกายทุกส่วน สามารถหยิบจับสิ่งของและทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมกับวัย เพื่อสนองความต้องการของตนเองได้มากขึ้นและดีขึ้น หรืออาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า การสร้างเสริมพฤติกรรมด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย หมายถึง การทำให้เด็กปฐมวัยมีการเคลื่อนไหวร่างกายด้วยการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็กและการประสานสัมพันธ์ได้อย่างหลากหลายเหมาะสมกับวัย รวมตลอดถึงการมีสุขนิสัยที่ดี
2.ความสำคัญของการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย พ่อแม่ผู้ปกครอง ครูและผู้ดูแล เด็ก รวมถึงบุคคลากรที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีบทบาทและหน้าที่ที่สำคัญในการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านร่างกายให้กับ เด็กปฐมวัย ทั้งนี้เนื่องจากเด็กวัยนี้ยังต้องการได้รับการพัฒนาด้านการใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายที่เหมาะสมกับวัย เด็กวัยนี้ยังต้องการคำแนะนำ และการชี้แนะจากบุคคลที่อยู่แวดล้อมด้วยความรักและความเข้าใจแนวทางการจัดกิจกรรม ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย สำหรับเด็กปฐมวัย
กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย
กิจกรรมการเล่น
- เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กับเด็ก ๆ ด้วย กิจกรรมนักสำรวจรูปเรขาคณิต
- ส่งเสริมทักษะการทรงตัวสำหรับเด็กปฐมวัย ด้วยกิจกรรมการยืนขาเดียวเก็บถุงทราย
กิจกรรมการออกกำลังกาย
- กิจกรรมการว่ายน้ำสำหรับเด็ก ตอนที่ 2 สอนลูกว่ายน้ำด้วยทักษะพื้นฐาน
- โยคะเด็ก กิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพเด็กปฐมวัย
- 6 ท่าออกกำลังกายที่พาลูกทำง่าย ๆ ได้ที่บ้าน
- ICE BALL เกมทุบน้ำแข็ง กิจกรรมเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านร่างกาย
- วิ่งแข่งเก็บบอลสี กิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ สำหรับเด็กปฐมวัย
- มินิกอล์ฟ กิจกรรมส่งเสริมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่
กิจกรรมศิลปะและกิจกรรมการสร้างสรรค์
- การฉีก ตัด ปะ กิจกรรมศิลปะที่ส่งเสริมพัฒนาการและความคิดสร้างสรรค์
- ประโยชน์ของการเล่นทราย และ วิธีทำทรายมหัศจรรย์ ด้วยตัวเองง่าย ๆ
- กิจกรรมศิลปะการปั้นดินญี่ปุ่น สำหรับเด็กปฐมวัย
- สวนสัตว์แป้งโด
- โมบายกระดาษ กิจกรรมงานประดิษฐ์สำหรับเด็กปฐมวัยกิจกรรมการเข้าจังหวะ
การประเมินและการส้รางเสริมพฤติกรรมด้านอารมณ์-จิตใจ
การจัดประสบการณ์ด้านอารมณ์และจิตใจ
จัดการเรียนรู้ตามหลัก Brain-Based Learning ด้านอารมณ์และจิตใจ
ให้เด็กมีประสบการณ์การเล่น และการทำงานที่ใช้ทักษะการแก้ปัญหา รวมถึงการประนีประนอม ไม่ใช้ความรุนแรง ขณะที่เด็กเกี่ยวข้องกับประสบการณ์การเรียนรู้ของเขากับเพื่อน เด็กจะพัฒนาการรับรู้คุณค่าของตนเอง ซึ่งจะช่วยในเรื่องปฏิกิริยาทางอารมณ์ และจะนำไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต
ให้เด็กได้รู้จักแสดงออกอย่าสนุกสนานกับเรื่องตลก ขำขัน เช่น ฟังเรื่องตลก เล่านิทานสนุก เล่นบทบาทสมมติ เรื่องตลก และสนุก นอกจากทำให้ขบขัน สนุก อารมณ์ดีแล้ว ยังเป็นการนำเอาเรื่องราวต่างๆ มาประกอบขึ้นด้วยภาษา ท่าทางพิสดาร กระตุ้นให้สมองรู้จักเหตุการณ์ที่เร้าจินตนาการอย่างยิ่ง
ให้เด็กได้ค้นหาความสัมพันธ์และสร้างมิตรภาพกับเพื่อนและกลุ่มที่ห่างออกไป โดยการจัดกิจกรรมคละกลุ่ม คละชั้นบ้างตามความเหมาะสม การใช้ชีวิตร่วมกัน ทำให้เด็กเรียนรู้ที่จะรักษาความสัมพันธ์กับผู้อื่น เช่น ช่วยเหลือเพื่อน รู้จักขอโทษ ขอบคุณ เอื้ออารี ขณะที่เด็กสัมพันธ์กับผู้อื่น ความเข้าใจโลกจะเพิ่มขึ้น เด็กจะเข้าใจในเรื่องความแตกต่าง ความคล้ายคลึงในเรื่องเพศ เชื้อชาติ และความสัมพันธ์ทางสังคมจะชัดเจนมากขึ้น อ้างอิง https://www.okmd.or.th/bbl/documents/339/bbl-emotionally-mentally
การประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านสังคม
การประเมิน หมายถึง การรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมการแสดงออกของเด็กที่เกี่ยวกับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับบุคคลอื่น และทักษะการปรับตัวอยู่ในสังคม ที่ปรากฎในแต่ละช่วงอายุ เพื่อนำผลมาพิจารณาในการสร้างเสริมพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสมให้กับเด็ก
การสร้างเสริม หมายถึง การนำผลจากการประเมินมาสู่การตัดสินใจ จัดประสบการณ์ทางสังคมที่เหมาะสมกับความต้องการของเด็กในแต่ละช่วง ทำให้เด็กมีพฤติกรรมทางสังคมที่ดี สามารถปรับตัวและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และเป็นพื้นฐานที่ดีของการพัฒนาทางสังคมในวัยต่อไป
วิธีการที่ใช้ในการประเมิน
1. การสังเกตและการบันทึก เป็นการสังเกตขณะที่เด็กทำกิจกรรมประจำวันและเกิดพฤติกรรมที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นและผู้ประเมินจดบันทึกไว้
2. การสนทนา เป็นการประเมินเพื่อทรายถึงความรู้สึกนึกถึงของเด็ก เป็นการประเมินความสามารถ
3. การสัมภาษณ์
4. การรวบรวมผลงาน
5. การประเมินการเจริญเติบโตของเด็ก
การประเมิน
1. ด้านการช่วยเหลือตนเองของเด็กปฐมวัย
วิธีการประเมิน
1. ให้เด็กทำตามความสามรถเหมาะสมกับวัย และวุฒิภาวะของเด็ก เพื่อเด็จะได้ประสบผลสำเร็จในการทำงาน
2. จัดกิจกรรมให้เด็กได้กระทำไปตามลำดับขั้นตอนตั้งแต่กิจกรรมง่ายๆ และใกล้ตัวไปถึงกิจกรรมที่ยากขึ้น และห่างจากตัวออกไป เพื่อให้เกิดการยั่วยุ ท้าทาย และทำให้เด็กสนใจอยากจะทำด้วยวิธีการที่ไม่น่าเบื่อ
3. ให้กำลังใจโดยใช้วิธีการจูงใจ ให้กระทำด้วยวิธีการที่นุ่มนวลด้วยการยกย่องชมเชย
4. ไม่นำเด็กไปเปรีบเทียบกับอีกคนหนึ่ง
2. ด้านการเป็นมิตรหรือทำงานร่วมกับผู้อื่นของเด็กปฐมวัย
ความเป็นมิตร คือ แบบการแสดงออกที่แสดงถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู็อื่น ความเป็นมิตรของเด็ก เป็นลักษณะการแสดงออกในการติดต่อและเข้าถึงผู้อื่นในทางบวก การสังเกตลักษณะความเป็นมิตรของเด็กอาจสังเกต จากการเข้าไปร่วมเล่นกับผู้อื่นเด็กที่เป็นมิตรจะทำให้การเล่นมีความสนุกสนาน ทำบรรยากาศให้สนุกน่าพอใจ
เครื่องมือประเมิน
1. แบบันทึกพฤติกรรม
2. แบบบันทึกคำพูด
3. แบบสังเกตพฤติกรรมความเป็นมิตร
3. ด้านสังคมทางบวกของเด็กปฐมวัย
วิธีการประเมิน
1. การให้ความร่วมมือกับสมาชิกอื่นๆในบ้านในฐษนะเป็นสมาชิกของครอบครัวทั้งการทำกิจวัตรประจำวัน การช่วยตนเอง การรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง
2. การสอนโดยตรงให้มีพฤติกรรมการปรับตัวทางสังคมในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นทั้งในครัวเรือนและสังคมภายนอก
3. การให้เล่นกับผู้อื่นทั้งเด็กโต และเด็กเล็ก
การประเมินและการสร้างเสริมพฤติกรรมด้านสังคม
ความหมาย
การประเมิน หมายถึง การรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมการแสดงออกของเด็กที่เกี่ยวกับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับบุคคลอื่น และทักษะการปรับตัวอยู่ในสังคม ที่ปรากฎในแต่ละช่วงอายุ เพื่อนำผลมาพิจารณาในการสร้างเสริมพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสมให้กับเด็ก
การสร้างเสริม หมายถึง การนำผลจากการประเมินมาสู่การตัดสินใจ จัดประสบการณ์ทางสังคมที่เหมาะสมกับความต้องการของเด็กในแต่ละช่วง ทำให้เด็กมีพฤติกรรมทางสังคมที่ดี สามารถปรับตัวและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และเป็นพื้นฐานที่ดีของการพัฒนาทางสังคมในวัยต่อไป
วิธีการที่ใช้ในการประเมิน
1. การสังเกตและการบันทึก เป็นการสังเกตขณะที่เด็กทำกิจกรรมประจำวันและเกิดพฤติกรรมที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นและผู้ประเมินจดบันทึกไว้
2. การสนทนา เป็นการประเมินเพื่อทรายถึงความรู้สึกนึกถึงของเด็ก เป็นการประเมินความสามารถ
3. การสัมภาษณ์
4. การรวบรวมผลงาน
5. การประเมินการเจริญเติบโตของเด็ก
การประเมิน
1. ด้านการช่วยเหลือตนเองของเด็กปฐมวัย
วิธีการประเมิน
1. ให้เด็กทำตามความสามรถเหมาะสมกับวัย และวุฒิภาวะของเด็ก เพื่อเด็จะได้ประสบผลสำเร็จในการทำงาน
2. จัดกิจกรรมให้เด็กได้กระทำไปตามลำดับขั้นตอนตั้งแต่กิจกรรมง่ายๆ และใกล้ตัวไปถึงกิจกรรมที่ยากขึ้น และห่างจากตัวออกไป เพื่อให้เกิดการยั่วยุ ท้าทาย และทำให้เด็กสนใจอยากจะทำด้วยวิธีการที่ไม่น่าเบื่อ
3. ให้กำลังใจโดยใช้วิธีการจูงใจ ให้กระทำด้วยวิธีการที่นุ่มนวลด้วยการยกย่องชมเชย
4. ไม่นำเด็กไปเปรีบเทียบกับอีกคนหนึ่ง
2. ด้านการเป็นมิตรหรือทำงานร่วมกับผู้อื่นของเด็กปฐมวัย
ความเป็นมิตร คือ แบบการแสดงออกที่แสดงถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู็อื่น ความเป็นมิตรของเด็ก เป็นลักษณะการแสดงออกในการติดต่อและเข้าถึงผู้อื่นในทางบวก การสังเกตลักษณะความเป็นมิตรของเด็กอาจสังเกต จากการเข้าไปร่วมเล่นกับผู้อื่นเด็กที่เป็นมิตรจะทำให้การเล่นมีความสนุกสนาน ทำบรรยากาศให้สนุกน่าพอใจ
เครื่องมือประเมิน
1. แบบันทึกพฤติกรรม
2. แบบบันทึกคำพูด
3. แบบสังเกตพฤติกรรมความเป็นมิตร
3. ด้านสังคมทางบวกของเด็กปฐมวัย
วิธีการประเมิน
1. การให้ความร่วมมือกับสมาชิกอื่นๆในบ้านในฐษนะเป็นสมาชิกของครอบครัวทั้งการทำกิจวัตรประจำวัน การช่วยตนเอง การรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง
2. การสอนโดยตรงให้มีพฤติกรรมการปรับตัวทางสังคมในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นทั้งในครัวเรือนและสังคมภายนอก
3. การให้เล่นกับผู้อื่นทั้งเด็กโต และเด็กเล็ก
*หาเพิ่มเติม
พัฒนาการทางด้านสังคมในเด็กก่อนวัยเรียน (3 – 6 ปี)
1. การรับรู้ในตนเอง
• บอกได้ว่าตนเองเป็นใครชื่ออะไร
• รู้ข้อมูลของตนเอง
- ทราบเพศ
- ทราบอายุและวันเกิด
- รู้ชื่อจริงนามสกุลจริง
- แยกได้ว่าตนเองอยู่ในกลุ่มใด
- รู้ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อผู้ปกครอง
- รู้ชื่อผู้ปกครอง
• การแสดงอารมณ์อย่างเหมาะสม
- สามารถอยู่แยกจากผู้ปกครองได้ 2-3 ชั่วโมง
- ชอบที่จะฟังเรื่องของตนเอง
- สามารถแสดงถึงความมั่นใจในตนเองและมีความเป็นตัวของตัวเอง
- เริ่มแสดงออกถึงความเป็นส่วนตัว
- มีความสามารถที่จะพึงพาตนเองได้มากขึ้น
• มีพัฒนาการที่เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น (มีเหตุมีผล)
2. พัฒนาการด้านความมีระเบียบวินัย
• รับผิดชอบกิจวัตรประจำวันพื้นฐานของตนเองได้
• เริ่มมีบทบาทความรับผิดชอบของตนเอง
• แสดงถึงอารมณ์ ความคิด มุมมอง โดยใช้ภาษาท่าทางได้อย่างเหมาะสม
• แยกแยะได้ว่าเป็นสิ่งเป็นของส่วนตัวหรือสิ่งของส่วนรวม
• สามารถเล่นหรือทำกิจกรรมที่มีกฎกติกาได้
• เคารพกฎระเบียบในห้องเรียนได้
• สามารถขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นได้เมื่อต้องการ
• ทำตามที่บอกและดำเนินงานที่มอบหมายได้ถูกลำดับ
• ทำกิจกรรมและคงความสนใจได้จนเสร็จ
• สามารถทำกิจกรรมต่อได้หากทำไม่เสร็จก่อนหมดเวลา
• ยอมรับฟังข้อเสนอแนะจากคนอื่นได้
3. การสร้างปฏิสัมพันธ์ต่อผู้อื่น
• ความเข้าใจถึงความรู้สึกของคนอื่นและตอบสนองได้อย่างเหมาะสม
- แสดงถึงความเห็นอกเห็นใจ
- พูดคุยเปิดใจได้
- ช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อเขาต้องการ
• พฤติกรรมการเล่นที่เหมาะสม
- มีการแบ่งปันและให้ความร่วมมือ
- เล่นได้เหมาะสมกับสถานการณ์
- เล่นแสดงบทบาทเป็นคนอื่นได้ทั้งบทบาทเด็กและผู้ใหญ่
• การสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น
- เรียนรู้ที่จะสร้างและคงความสัมพันธ์กับเพื่อนได้
- มีความสุขที่จะสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนอื่น
- สามารถที่จะอยู่ร่วมเล่นกับเด็กในวัยเดียวกันได้
- พูดคุยสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจได้ง่าย
• การแก้ปัญหา
- ทำงานที่จะต้องแก้ปัญหากับผู้อื่นได้
4. ความร่วมมือและเป็นส่วนหนึ่งในสมาชิกทั้งในครอบครัวและสังคมภายนอก
• เรียนรู้และยอมรับความแตกต่างของแต่ละบุคคล
• มีส่วนร่วม เป็นสมาชิกในกลุ่มหรือกิจกรรมต่างๆ
• การเข้าหรือมีส่วนร่วมในการประชุม
- รู้จักการวางตัวในที่ประชุม
- รู้จักมารยาทที่ประชุม
- ไม่ประหม่าเวลาเจอคนแปลกหน้า
• ต่อรองกับผู้อื่นเพื่อเปลี่ยนกฎและสร้างกฎใหม่ที่เหมาะสม
• ใช้สิ่งที่มีหรือสิ่งที่กำหนดให้ได้อย่างเหมาะสม
• ช่วยเหลืองานบ้าน
อ้างอิง https://www.manarom.com/blog/Social_development_in_kids.html
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น